เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 14 กรกฎาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ จังหวัดสมุทรปราการ รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในคอนโดแห่งหนึ่งในซอยแบริ่ง 30 ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และทีมกู้ชีพโรงพยาบาลสมุทรปราการ พร้อมฝ่ายสืบสวน รุดเข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุบริเวณชั้นล่างของคอนโด พบผู้บาดเจ็บคือ นาย จีรภัทร์ คงสบุตร อายุประมาณ 46 ปี นอนหมดสติอยู่กับพื้น มีบาดแผลถูกแทงเข้าที่บริเวณช่องท้องจนลำไส้ทะลักออกมา อาการสาหัส เจ้าหน้าที่เร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลสมุทรปราการโดยด่วน จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายโจ๊ก อายุ ประมาณ 50 ปี ซึ่งเป็นคู่เขยของผู้บาดเจ็บ หลังก่อเหตุได้พาเมียตนเองไปส่งโรงพยาบาลเพราะได้รับบาดเจ็บที่บริเวณข้อมือจากการเข้าไปห้ามด้วยเช่นกัน
ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณชั้น 5 ของคอนโด บันทึกภาพขณะเกิดเหตุได้อย่างชัดเจน โดยเห็นว่าผู้บาดเจ็บซึ่งสวมเสื้อสีดำ ได้เดินขึ้นมาหาเรื่องผู้ก่อเหตุถึง 3 ครั้ง พยายามเปิดฉากหาเรื่องที่หน้าห้องพักของนายโจ๊ก ก่อนจะมีชาวบ้านในอาคารเข้ามาห้ามปราม แต่ผู้บาดเจ็บยังย้อนกลับมาหาอีกครั้งจนเกิดเหตุทะเลาะรุนแรง นายโจ๊กผู้ก่อเหตุได้ปรี่เข้าทำร้ายร่างกายด้วยการชกต่อย ก่อนจะเกิดการยื้อแย่งมีดกันขึ้น จนนายโจ๊กเป็นผู้ใช้มีดแทงเข้าใส่ช่องท้องของผู้บาดเจ็บ จนล้มฟุบกับพื้น จากนั้นชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ได้ช่วยกันนำผู้บาดเจ็บลงไปที่ชั้นล่างเพื่อรอการช่วยเหลือ
จากการสอบถาม ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) ซึ่งพักอยู่ห้องติดกับจุดเกิดเหตุ ให้การว่า ผู้บาดเจ็บมีอาการคล้ายคนมึนเมา เดินโวยวาย พูดเพ้อเจ้อเสียงดังหน้าห้องของผู้ก่อเหตุถึงประมาณ 3 ครั้ง ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายจนเกิดการทำร้ายกัน
ชาวบ้านซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ ให้การเพิ่มเติมว่า ก่อนเกิดเหตุ นายโจ๊ก (ผู้ก่อเหตุ) ได้นั่งดื่มสุรากับเพื่อนบ้านอยู่บริเวณชั้นล่าง กระทั่งแยกย้ายกันกลับห้อง นายโจ๊กขึ้นไปอาบน้ำเตรียมเข้านอน โดยไม่ได้มีปัญหากับใคร ขณะเดียวกัน ผู้บาดเจ็บซึ่งได้ดื่มสุราตั้งแต่ช่วงเช้าที่ชั้น 4 ก่อนจะขึ้นไปหาเรื่องผู้ก่อเหตุหลายครั้งโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งพยานระบุว่า ทั้งสองไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งกันมาก่อน แต่ก่อนเกิดเหตุผู้บาดเจ็บมีอาการมึนเมา พูดจาเพ้อเจ้อ และเสียงดังใกล้ห้องของผู้ก่อเหตุ จนสุดท้ายลงเอยด้วยเหตุรุนแรง
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และเตรียมเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป